ดิถี หรือดถี หมายความว่าระยะการโคจรของดาวจันทร์ นับแต่เวลาเที่ยงคืนวันหนึ่งไปจนถึงเวลาบรรจบรอบเที่ยงคืนอีกวันหนึ่ง (ตามแบบดิถีที่วางไว้ในปฏิทินสุริยยาตร์ ถ้าเป็นปฏิทินดาราศาสตร์เช่นปฏิทินที่สมาคมโหรแห่งประเทศไทยจัดทำขึ้น นับแต่เวลา ๗.๐๐ น. ของวันหนึ่ง ไปจนถึงเวลาบรรจบรอบ ๗.๐๐ น. อีกวันหนึ่ง) และนับแต่หน้าวันดาวจันทร์ดับมืด (อามาวสี) ไปจนถึงเห็นดาวจันทร์เพ็ญเต็มดวง (บูรณมี) เรียกว่าข้างขึ้น หรือชุณหปักษ์ นับแต่หน้าวันจันทร์เต็มดวง ไปจนถึงวันจันทร์ดับไม่เห็นแสงจันทร์ เรียกว่าข้างแรมหรือกาพปักษ์ รวม ๒ ปักษ์เป็นเดือนจันทรคติเดือนหนึ่ง มีดิถีแต่ ๑ ถึง ๒๙ หรือ ๓๐ คือเดือนไทยเรานั่นเอง อันได้แก่เดือนอ้าย, เดือนยี่, ฯลฯ เดือนสิบสอง เป็นของคู่กันกับเดือนทางสุริยคติ ซึ่งเป็นเดือนที่นับจำนวนวันจากการโคจรของดาวอาทิตย์ คือเดือนที่ใช้เป็นแบบสากลโดยทั่วไป อันได้แก่เดือนมกราคม, กุมภาพันธ์ ฯลฯ ธันวาคม
ดิถี ตามที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้มีอยู่เป็น ๒ ประการ ประการหนึ่งเรียกว่าดิถีตลาด คือวันขึ้นแรมที่ใช้กันอยู่ตามปฏิทินประจำปี ดิถีอีกประการหนึ่งเรียกว่าดิถีเพียร เป็นดิถีที่คำนวณขึ้นมาจากระยะเชิงมุม ที่ห่างจากกันโดยแท้จริงระหว่างดาวอาทิตย์กับดาวจันทร์ นับว่าเป็นดิถีที่เที่ยงแท้ ที่บอกไว้ในปฏิทินโหรเป็นประจำวัน ทั้งจำนวนดิถีและนาทีดิถี เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับดิถีตลาดแล้ว อาจจะคลาดเคลื่อนกันไปบ้างเป็นบางวัน เนื่องจากดิถีตลาดมีจำนวนเกินกว่าดิถีเพียรเนื่อง ๆ ทั้งนี้เพราะดิถีตลาดนั้นมิได้มีนาทีดิถีด้วย บางทีก็มีวันทตดิถีเพียรล้ำหน้าดิถีตลาดไป แต่ก็เป็นส่วนน้อย
เรื่องนี้เกี่ยวกับการโคจรของดาวอาทิตย์และดาวจันทร์ ทำให้เกิดผลของของดิถีเพียรมากหรือน้อยไปตามส่วนสัมพันธ์ เพราะดิถีเพียรได้มาจากการคำนวณ ส่วนดิถีตลาดนั้นนับตามเกณฑ์เดือนจันทรคติ ถ้าเป็นเดือนคี่ก็มีดิถี ๒๙ วัน เดือนคู่ก็มี ๓๐ วัน เว้นแต่นาน ๆ ปีจะมีอธิกวาร คือเดือน ๗ มี ๓๐ วันสักครั้งหนึ่ง
ดิถี มีส่วนสัมพันธ์อย่างสำคัญ ในการกำหนดหาฤกษ์งามยามดีที่จะทำการมงคล หรือเว้นกระทำการมงคล เข้าใจว่าจะเป็นสถิติที่ท่านโบราณาจารย์ได้จดจารึกไว้ เพราะได้สอบผลดี-ชั่วมาเป็นเวลานับด้วยพัน ๆ ปี ดิถีที่จะใช้ในเรื่องโหราศาสตร์เกี่ยวกับฤกษ์นี้ ควรจะเป็นดิถีเพียร