ดิถีอัคนิโรธ เป็นดิถีที่ให้โทษร้ายแรงอีกตำราหนึ่ง ซึ่งอาจารย์สมัยก่อนท่านถือกันมากเป็นเคล็ดอันสำคัญในการให้ฤกษ์ โดยเฉพาะการบวชนาค หรืออุปสมบท คือวัน ขึ้น-แรม 14 ค่ำ ท่านมิให้ทำการบวชนาคในวันนั้น อาจารย์โหราศาสตร์ท่านกล่าวไว้ว่า 14 ภิขุอัคนิโรธ กินพระ ห้ามบวชนาคมิดีเลย และยังกล่าวเป็นคำกลอนไว้ดังนี้
จะกล่าวถึง อัคนิโรธฤทธิ์รุด คือบุตรมัจจุราชรังสรรค์ นามนางกาลีวิลัยวรรณ นามนางกาลีวิลัยวรรณ นางนั้นเกษา กายประกายแดง นุ่งเสียบช่อชะบามาลาตัน ประดับตนด้วยอาภรณ์ล้วนแดงแสง เหาะลงมา ล่ากลางแปลง สู่ตำแหน่งนางประพาสไม่ขาดเดือน โลกสมมุติว่าอัคนิโรธโชติช่วยตก ต่างหยิบ ยกห้ามฤกษ์ต้องเลิกเลื่อน นี่คือคำกลอนกล่าวไว้ในตำรา ท่านอาจารย์กล่าวไว้ แสดงว่าวันขึ้น หรือแรม 14 ค่ำ ห้ามทำการบวชนาคหรืออุปสมบท ผู้เขียนอ่านดูแล้ว รู้สึกว่าจะขัดกันอยู่ เมื่อตำราอาจารย์ ท่านกล่าวเฉพาะ ข้างขึ้นและข้างแรม แต่อย่างเดียวโดยไม่มีวัน หรือเดือนกำกับไว้ด้วย จึงทำให้เกิดสงสัย โดยเฉพาะวันอาทิตย์ ขึ้นหรือแรม 14 ค่ำ ที่เป็น ดิถีมหาสิทธิโชค เล่าจะทำอย่างไรดี คำว่า มหาสิทธิโชค มหาก็แปลว่าย่ิงใหญ่ สิทธิโชคก็แปลว่า สำเร็จโชครวมคำแล้วแปลว่า ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ หรือความมีโชคลาภอันยิ่งใหญ่ก็ได้ แต่เมื่อตำราท่าน ดังกล่าว ก็ไม่ควรให้ฤกษ์บวชนาคในดิถีนั้นก็แล้วกัน ส่วนอื่นๆก็คงทำการได้ ดิถีอัคนิโรธ ท่านกำหนด ขึ้น–เเรมไว้ดังนี้
ขึ้น – แรม 2 ค่ำ: อัคนิโรธตกลงในป่า ท่านห้ามมิให้เที่ยวป่า
ขึ้น – แรม 3 ค่ำ: อัคนิโรธตกลงในน้ำ ท่านห้ามมิให้ไปทางน้ำ
ขึ้น – แรม 4 ค่ำ: อัคนิโรธตกลงบนภูเขา ห้ามมิให้เที่ยวบนเขา
ขึ้น – แรม 8 ค่ำ: อัคนิโรธตกลงในยวดยาน ท่านห้ามมิให้ขี่ยานพาหนะคานหาม
ขึ้น – แรม 9 ค่ำ: อัคนิโรธตกลงในเรือน ห้ามมิให้ทำการในเรือน
ขึ้น – แรม 12 ค่ำ: อัคนิโรธตกลงในตัวหญิง ห้ามมิให้เสพสังวาลย์ (มีสัมพันธ์)
ขึ้น – แรม 14 ค่ำ: อัคนิโรธตกลงในพัทธสีมา ห้ามมิให้อุปสมบท (เชื่อว่าจะเกิดวิวาทต่างๆ มิควรทำ)
วิวาทต่างๆ มิดีอย่ากระทำ